BooK

มาเลทไปหลายวัน

เนื่องจากไปลากหนังสือที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติมา2รอบ

หมดเงินไปหลาย แต่ก็ไม่ต้องซื้อหนังสือมาอ่านอีกนาน

นี่ขนาดตัดใจไปหลายเรื่องแล้วนะเนี่ย

หลักๆก็ไปซื้อ "ขนดกหน้าหม้อ" เล่มจบ

นอกนั้นเกิดจากการเดินเตรดเตร่จนได้มาบาน

จนต้องฝังแค้นไว้ก่อนแล้วกลับไปลากมาเป็นรอบที่2ไม่งั้นไหล่หลุดแน่ๆ

แต่ก็มีฝังแค้นไว้อีกหลายเรื่อง ไว้งานหน้าไปเคลียร์

นี่ก็ถ่ายมาโชว์ว่าไปโดนอะไรทำให้เสียทรัพย์มาบ้าง

แต่ถ่ายจากกล้องมือถือป๊อกแป๊ก ไม่ชัดเอาซะเลย

ว่าจะซื้อกล้องดิจิตอลไว้ไปถ่ายคอสเพลย์ก็ยังไม่มีตังซะที

เพราะเดี๋ยวก็หมดไปกับหนังสือ เดี๋ยวก็หมดไปกับหนังแผ่น T_T ชีวิต......

นอกเรื่องมายาว ดูเลยดีกว่า

Dune Trilogy

บ๊อกเซ๊ตมหากาพย์ไซไฟ ที่เขาโฆษณาว่า ยิ่งใหญ่เที่ยบเท่า ลอด์ ออฟ เดอะ ริงค์

เป็นปกอ่อน3เล่มพร้อมกล่องและเสื้อยืด ตอนแรกที่ซื้อมามีแต่เสื้อเบอร์M เลยต้องไปรอบ2เพื่อเปลี่ยนเป็นเบอร์L

แต่คนขายบอกว่ายังมีอีก2ไตรภาค คืออีก6เล่ม แต่ว่าทีมงานแปลได้เล่มละปี

ฉะนั้นต้องรออีก6ปีกว่าจะหมดเวรหมดกรรม -_-"

อาเธอร์

เรื่องของเด็กชายที่ออกตามหาสมบัติของคุณตา แล้วกลายเป็นเอลฟตัวเล็กๆ ผจญภัยในบ้านของตน

เรื่องนี้เคยดูในดีวีดี น่ารักดี ในดีวีดีภาค1 จะมีเนื้อเรื่องถึงเล่ม2 เลยซื้อมาอ่านเพราะอยากรู้เนื้อเรื่องที่เหลือ

อีกอย่าง เพราะเห็นบ๊อกเซ๊ตทำอลังการดี มีแถมโปสเตอร์และที่คั่นหนังสือเป็นเซ๊ต

ส่วนอีกเซ๊ต 4เล่มใส่ใน1บ๊อก ไม่แถมอะไรเลย และใช้ภาพบ๊อกจากภาพปกDVD แต่ถูกกว่ากันเกือบ50บาท

ตอนแรกคนขายบอกว่าไม่แน่ใจว่าบล๊อคที่แยกเป็น2ชุดนี้ จะมีแถมโปสเตอร์ เลยไปถามอีกคน เขาว่ามี ปรากฏว่า พอซื้อกลับมา มันมีแถมแต่ชุด1 (เล่ม1-2) แต่ในชุด2(เล่ม3-4) ไม่มีอะ T_T

แต่พอเอามาจัดเรียงก็อลังการใช้ได้ ใช้ได้

ฮันนิบาล

เซ๊ตนี้ต้องไปไล่จัดเอง เรื่องนี้เป็นหนังหมดแล้วทั้งซีรีส์ เป็นเรื่องของพระเอกที่ชอบกินเนื้อคน เป็นหนังที่ชอบมาก เลยซื้อหนังสือมาอ่านดูว่าจะสุนทรีย์แบบในหนังหรือเปล่า เหอ เหอ เหอ

Indiana Jones

เซ๊ตนี้ยังขาดอยู่อีก1เล่ม แปลโดยคุณอา สุวิทย์ ขาวปลอด นักแปลที่ผมชื่นชอบมาก เพราะแกแปลได้ถึงอารมณ์ ใช้คำศัพท์ที่ อื่ม.... เยี่ยมยอดประทับใจ โดยเฉพาะถ้าเป็นเรื่องของ สตีเฟน คิง เจ้าพ่อแห่งนิยายสยองขวัญล่ะก็ ต้องคุณอาสุวิทย์เท่านั้น เคยอ่านที่คนอื่นแปลแล้วรู้สึกจืดๆ (ไว้จะนำเสนอนิยายของคิงส์ในโอกาสต่อๆไป)

ขอสารภาพเลยว่าผมไม่เคยดู อินเดียน่า โจนส์  แต่ซื้อมาเพราะชื่อคนแปล เพราะแกจะเลือกแต่เรื่องที่สนุกๆมาแปล แต่ยังไงซะก็ต้องไปหาDVDมาดูอยู่ดี เพราะเรื่องนี้เป็นวิชาบังคับของคนดูหนัง พอๆกับ สตาร์วอร์ส ถ้าไม่ดูนี่ผิดกฏเลย ภาคใหม่ก็กำลังจะมาแล้วนะเนี่ย

เซ๊ตสยองของอมรินทร์ (3เล่มบน)

Dracula แดรกคิวลา จอมผีดิบ (โดย แบรม สโตเกอร์)

Frankenstein แฟรงเกนสไตน์ (โดย แมรี เชลลีย์)

The Phantom of The Opera ปีศาจแห่งโรงอุปรากร (โดย กัสตง เลอรูช์) 

ขายเป็นมัดแพ๊ครวมราคาพิเศษ เป็นเรื่องที่ผมเคยดูหนังแล้วชอบทั้งนั้น เลยซื้อมาอ่านดูว่าในนิยายต้นฉบับจะแตกต่างกับในหนังยังไง

3เรื่องนี้พระเอกเป็นอสูรกายที่ประสปชะตากรรมรันทด น่าสงสาร แต่The Phantom เป็นคนแต่หน้าเหมือนอสูรกาย แต่ก็เศร้า

เรื่องสั้นของ สตีเฟน คิง (2เล่มล่าง)

เป็นการนำเรื่องสั้นๆของราชานิยายสยองขวัญมาแปล แต่ก็ต้องทำใจว่า ภาษาและสำนวนที่ใช้คงไม่ได้ใจเท่าคุณอาสุวิทย์ แต่ผมก็หาอ่านงานของ สตีเฟน คิง ถ้าเห็นเป็นคว้า เรื่องล่าสุดที่ผมอ่านจบไปคือเรื่อง CELL แปลโดย นพดล เวชสวัสดิ์ ใช้สำนวนโดนใจเหมือนกัน ถ้าไม่มีอะไรทำจะมารีวิวโดนกัน

เดอะคีย์ เป็นหนังสือที่ออกต่อจาก เดอะซิเครต (ตรงกลาง2เล่มเหลืองๆแดงๆ)

เป็นหนังสืออะไรก็ไม่รู้ที่เขาว่าดี มีปรัชญา และโด่งดังมาก เลยลองเอามาดูว่ามันดียังไง

เพราะมัดขาย2เล่มลดเยอะ เลยซื้อมาทั้งมัด -_-"

ขนดก หน้าหม้อ (แฮรี่ พ๊อตเตอร์)

เรื่องนี้คงไม่ต้องพูดอะไรมาก ผมชอบการดำเนินเรื่องที่พยายามมองผ่านตาแว่นนี่คนเดียว แต่เดี๋ยวก็มีเหตุให้ได้ไปรู้เรื่องของคนอื่น เรียกว่าคนอ่านได้รู้สิ่งต่างๆเท่าพระเอก ทำให้มีอะไรให้คิดให้เดาขณะที่อ่าน เลยชอบมาก แต่ก็มีบางทีที่คนเขียนสับขาหลอกจนขวิดขาตัวเองบ้าง แต่ก็ยังสไลด์ผ่านไปได้แบบเนียนๆ แต่สิ่งที่ให้คาดเดาก็ไม่ได้ยากอะไรพอเดาได้ว่าอะไรจะเป็นอะไร แต่ถ้าใครอ่านเอามันส์ไม่ได้คิดเดา ก็จะรู้สึกว่า โอ้! นี่มันหักมุมสุดๆ

ผจญภัย ใต้อุโมงค์  Tunnels

ซื้อมาเพราะโฆษณาชวนเชื่อ การนำเสนอ แบใต๋ตามไทม์มิ่ง คือเสนอมุมมองของหลายๆคน ตามเวลา ไม่ค่อยมียอกย้อยซ่อนเงื่อน คนอ่านจะรู้เรื่องมากกว่าพระเอก ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมจะไม่ชอบสไตล์นี้ (ตรงข้ามกับ อาร์ทิมิส ฟาวส์ ที่พระเอกจะรู้เรื่องมากกว่าคนอ่าน เพราะพี่แกวางแผนแล้วเงียบเก็บอยู่ในหัว ไม่บอกหมด แม้กระทั่งกับคนสนิท เหมือนดัมเบอร์ดอล์ ในแฮรี่ ) แต่เรื่องนี้ก็ก็ไหลไปได้เรื่อยๆ อ่านเพลินๆ ไม่ต้องใช้สมองมาก เหมาะกับพวกที่ชอบอ่านเร็วๆ แล้วไม่ได้คิดเดาล่วงหน้า นั่นก็จะได้ความสนุกบรรเจิดไปกับโลกใต้ดินพิศดารของผู้เขียน

หมวดข้อมูลอ้างอิง ตำนานเทพจีน

ซื้อมาอ่านเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการเขียนการ์ตูน เพราะการ์ตูนแฟนตาซีส่วนใหญ่ก็จะนำตำนานเทพมาใช้ ไม่ชื่อก็บุคลิค หรือไม่ก็เอาเรื่องมาแปลง แบบตำนานเทพกรีก-โรมัน ก็มีแล้ว ตำนานเทพนอร์ต ก็มีแล้ว(แร๊คนาร๊อค) ตำนานเทพอียิปต์ก็มีแล้ว ตำนานเทพอินเดียก็มีแล้ว แต่ตำนานเทพไทยผมไม่ค่อยกล้าไปยุ่งด้วย เพราะถ้าเอามาดัดแปลงไม่เข้าตาอาจโดนโวยและดับได้(คนไทยเซ็นต์สถีบสูงอะไรๆก็เป็นของสูง แตะไม่ได้)

ชุด นิทานเลโอนาโด ดาวินซี (ปกขาวๆ2เล่ม)

 เป็นนิทานและภาพประกอบโดย อาเดรียนา ซาวิออซซี มัซซา

ภาพประกอบใช้เทคนิคสีน้ำ เทคนิคเหมือนภูกันจีน จัดพิม4สี เสียดายที่ไม่ใช้กระดาษมัน และเสียดายยิ่งกว่าที่ภาพประกอบไม่ใช่ของเลโอนาโดวาดเอง แต่ก็เอามาดูว่าอัจฉริยะทุกแขนง จะแต่งนิทานเป็นยังไงบ้าง ประกอบกับภาพสีน้ำที่เรียกว่าฝีมือระดับ เลยซื้อเก็บไว้

อาร์ทิมิส ฟาวล์ ฉบับการ์ตูน

ซื้อเพราะเป็น อาทิมิสฟาวล์ คอเล็คชั่น เป็นนิยายที่ผมชอบมาก พระเอกเป็นจอมโจรอัจฉริยะ อายุ12 เลวได้ใจ เป็นจอมวางแผนที่จะเปิดเผยความคิดให้เพื่อนร่วมงานรู้เฉพาะส่วน เพื่อความปลอดภัยของตน หรือไม่ก็เพื่อหักหลังเมื่องานเสร็จ ในนิยายชอบตอนแรกๆมาก เพราะพี่แกจะเลวแบบไร้สำนึก แต่เล่มหลังๆนี่ชักเป็นเด็กดี เลยจืดๆไป แต่การนำเสนอยังคงมีสิ่งให้คาดเดาได้เสมอ เหตุการณืพลิกผันตลอด ถ้าคนอ่านแบบไม่คิดตามก็จะสนุกกับฉากลุ้นต่างๆ ซึ่งเป็นแอ๊คชั่นไซไฟผสมเวทย์มนต์

ส่วนในคอมมิคนี้ เขียนออกมาค่อนข้างผิดอิมเมจที่วาดไว้ในหัวไปเยอะ แต่ก็เป็นการ์ตูนที่มีเอกลักษณ์แนวดี ไม่ใช่ฮีโร่กล้ามใหญ่ ไม่ใช่การ์ตูนดิสนีย์ และไม่ใช่การ์ตูนตลกป๊องๆ แต่รวมเอาทุกแนวมาผสมกัน เสียตรงจัดช่องน่ามึน พิม4สี บนกระดาษมัน ทำให้ราคาสูง แต่คุณภาพดี

เล่มสุดท้ายคือ Bangkok Express (เล่มนี้ต้องวางแนวนอน เพราะเป็นการ์ตูนแนว)

การ์ตูนไทย แน๊วแนว ผลงานของ คุณ เอกชัย รอดโตนด บก.นิตยสารซีเรียล ผู้สั่งให้ผมวาดโอสปีริตส์

เหมาะสำหรับผู้ต้องการความแปลกใหม่ การดำเนินเรื่องวนไปวนมา เหมือนหนังเรื่อง Pulp Fiction ของ Quentin Tarantino ผู้สร้าง Kill Bill

การจัดช่องเหมือนสตอรี่บอร์ดหนังมากกว่าการ์ตูน นำเสนอเรื่องราวของอาชญากรหลายกลุ่มกับพนักสาว7/11 โครจรมาพบกัน 

ที่จริงออกมานานแล้ว แต่ผมเพิ่งหาซื้อได้ก็ที่งานหนังสือนี่แหละ เหลืออยู่ไม่มาก 

สำหรับ O-Spirits ต้องขอขอบคุณ สยามอินเตอร์มัลติมีเดีย ที่กรุญาสละชั้นวางของในงานสัปดาห์หนังสือที่มีอยู่น้อยนิดให้แก่ โอสปีริตส์

งานนี้มีขายเป็นแพ๊คลดราคาทู๊กถูก เล่ม1-5 ส่วนเล่ม6-7 ก็ลดราคาแต่ไม่แพ๊ค  ท่านผู้ใดหาซื้อไม่ได้ก็ไปโดนที่งานนี้แหละ มีครบ มีชัวร์ (ณ.วันนี้นะ)

วันนี้ตอนไปดูที่บู๊ทสยาม มีคนกำลังซื้อ โอ-สปีริตส์ พอดี อยากจะไปสะกิดแล้วถามว่า "อยากได้ลายเซ็นนักเขียนมั้ย" จังเลย แต่กลัวโดนตอบกลับมาว่า "ไม่เอา พอดีทิชชู่หมด เลยซื้อไปเช็ดแทน" หุหุหุ T_T

สำหรับวันนี้เอาเพลง คอบร้า เห่าไฟสายฟ้า เวอร์ชั่นไทยมาฝากกัน

เป็นการ์ตูนที่ตอนเด็กๆโดนห้ามดู เพราะมีฉากโป๊เยอะมาก แต่เพลงจบก็เพราะดี ทั้งเวอร์ชั่นไทยและญี่ปุ่น แต่เวอร์ชั่นญี่ปุ่นจะไฮโซ แบบฟังไปนั่งจิบบรั่นดีที่บาร์ไปประมาณนั้น

 

มีอะไรติชมก็โดนไว้ครับ จะมาตอบ(ถ้าตอบได้นะ)


one devil
View full profile