2008/May/16

แวปมาทักทาย

ที่จริงรู้เรื่องงานComicon Road III มา2-3วันแล้ว

แต่ต้องนั่งลงสกรีน นี่เพิ่งฟื้นหลังจากไม่ได้นอนมาเกือบ48ชั่วโมง

ตอนแรกพอตัดเส้นเสร็จ ดีใจ กลิ้งไปกลิ้งมาเสร็จก็มานั่งเล่นเอ็ม

เพราะลืมไปว่าต้องลงสกรีนด้วย เนื่องจากไปทำโปรเจคซะเกือบ2เดือน เลยลืมว่าต้องทำอะไร

พอเล่นเอ็ม น้องทรายก็บอกว่ามีงานวันอาทิตย์ (คนละคนกะในโอสปีริตส์นะ(แต่แฟนน้องทรายเขาว่าเหมือน555))ก็เลยกะว่าไว้ลงสกรีนเสร็จแล้วค่อยมาอัพบล๊อคช่วยโปรโมทงานปรากฏว่า พอลงสกรีนเสร็จ มันก็เป็นเวลา10โมงของวันที่15(เดธไลน์)เลยสดไปส่ง(งานยังร้อนๆอยู่)พอกลับมาก็สลบ ตื่นขึ้นมาก็ทำงานไป1รอบแล้วค่อยมาอัพนี่แหละ

งานนี้ผมไม่มีเอี่ยวใดๆทั้งสิน แต่เห็นว่ามันเป็น"งานโดเพื่อการกุศล"เลยอยากช่วย ปีที่ผ่านๆมาก็เอาโดไปขายแล้วก็บริจาคไปหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย แต่ปีนี้ไม่ได้ทำโดแล้ว เลยช่วยได้แค่ค่าเข้างานและช่วยโปรโมท

งานจัดวันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม (วันอาทิตย์นี้ ที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์) ห้องประชุมอาคารจอดรถ ถ้ากลัวหลงก็ไปถึงหน้าโรงบาลแล้วจับพวกแต่งตัวประหลาดๆมาเค้นคอถาม ไม่ก็เดินตามพวกที่ดูเหมือนโอตาคุ เดี๋ยวก็ถึงเอง 555

งานครั้งนี้ได้จัดขึ้นเพื่อรวบรวมเงินบริจาคเข้าสู่"โครงการหัวใจเมตตา" อีกครั้ง เนื่องจากยังมีผู้ป่วยที่รอรับการผ่าตัดอยู่

ไปดูรายระเอียดได้ที่ http://www.comicon_road.th.gs นะ

แล้วจะเอาภาพคอสเพลย์สวยๆมาฝาก (ถ้ามีนะ)

สำหรับวันนี้ผมต้องขอตัวก่อน

ใครไปงานล่ะก็ เจอกัน

จะมาอัพอีกทีคืนวันอาทิตย์ครับ

2008/May/07

มาแล้ว มาแล้ว

O-Spirits 8

เพิ่งไปซื้อมาเมื่อวาน แต่เนื่องจากเเหนื่อยล้าจากการทำโปรเจค(ถ้าใครอ่านคำนำของเล่ม8ก็คงทราบกันแล้วว่าผมทำโปรเจค) พอกลับบ้านมาก็สลบ

พอตื่นขึ้นมาก็นั่งทำงาน1ช่วง ทานข้าวอาบน้ำแล้วก็มานั่งอัพนี่แหละ

หลังจากเล่ม8แล้ว คงต้องรอกันอีกหลายเดือน เพราะที่สต๊อคไว้2ปีหมดแล้ว นี่ก็ทำเล่ม9ไปได้60% แล้วโดนจับไปโปรเจคการ์ตูนหนังเป็นเวลาเดือนครึ่ง ถ้าไม่ทำโปรเจคคงทำเล่ม9เสร็จไปแล้ว แต่พอดีหนังเรื่องที่ทำอยู่นี้เป็นเรื่องที่อยากทำเพราะมันเป็นหนังระดับตำนาน สร้างดาราดังค้างฟ้ามามากมาย ประกอบกับพี่เธนศ (บก.) มอบหมายหน้าที่ให้แต่งเรื่องเป็นเหตุการณ์พิเศษที่ไม่เคยมีในหนังแต่ต้องเชื่อมกับตัวหนังเองได้และออกแบบคาแรคเตอร์  แล้วให้ทำออกมาเป็น "เนม" คือแบบร่างคร่าวๆก่อนที่จะลงกระดาษจริง ซึ่งเท่าที่รู้มา นักเขียนญี่ปุ่นก็ทำแค่นี้ นอกนั้นผู้ช่วยทำหมด ก็เลยอยากลองทำดูซิว่ามันจะสบายแค่ไหน

ปรากฎว่า วันๆนั่งคิดหัวแทบแตก เพราะไม่ต้องแบ่งเวลาไปนั่งร่างและตัดเส้น เลยใช้สมองเยอะในการคิดมุขและมุมภาพ แต่พอส่งต่อให้ทีมก็โดนตัดมุขบ้าง เปลี่ยนมุมภาพบ้าง เปลี่ยนแคแรคเตอร์บ้าง ก็ว่ากันไปตามที่เขาเห็นสมควร เพราะบางมุขนั้นเสื่อมมาก และบางมุขก็โดนระงับเพราะกลัวว่าจะทำให้ได้รับสารตะกั่วเป็นเม็ดๆฝังอยู่ในร่างกาย จะทำให้ไม่สบายหรืออาจถึงตายได้กันถ้วนหน้า 555

พอหลังจากเสร็จโปรเจคแล้ว มีผลกระทบกับงานของผมอย่างมาก คือ การร่างและการจัดภาพของผมดีและเร็วขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด แต่การตัดเส้นนั้นกลับห่วยลง ควบคุมน้ำหนักมือและทิศทางไม่ค่อยได้ เนื่องจากไม่ได้จับปากกามาเกือบ2เดือน -_-" เลยทำให้คิดว่า ถ้าผมได้แต่ทำเนมอย่างเดียวเป็นปีๆ งานที่ออกมาจะมีมุมภาพและการจัดวางจะพัฒนาเร็วกว่าที่ต้องแบ่งเวลาไปร่าง ตัดเส้น เขียนฉาก ใส่สกรีน หลายเท่า นี่เองที่ทำให้การ์ตูนญี่ปุ่นพัฒนาได้เร็วมาก และพอนักเขียนไม่มีผู้ช่วย การตัดเส้นก็จะดรอปลงอย่างเห็นได้ชัด และถ้าเปลี่ยนผู้ช่วย งานก็จะเปลี่ยนไป แบบเรื่องโจโจ มันเปลี่ยนไปแบบชัดเจนมาก

และถ้าขึ้นหัวข้อ โอ สปีริตส์ ก็ต้องมีปกออริจินอลขึ้นมาโชว์ เป็นประเพณี

สำหรับปกเล่ม8นี้ ตอนแรกผมทำส่งไปแล้วไม่พอใจเอง เนื่องจากมีบางจุดเบี้ยวๆ สีบางจุดเกลี่ยไม่เนียน และสีบางจุดก็แบรคแรงเกินไป เลยกลับมาแก้ พออีกอาทิตย์นึงเอาไปส่งอีกที ปรากฎว่า เขาอัดเพลทเสร็จแล้ว(ทำแบบพิมเสร็จแล้ว) -_-" ทำกันไวสุดๆ

เลยเอาตัวที่แก้มาให้ดูกัน (ย่อขนาดลงมาแล้วสีมันแตกๆ)

   

สำหรับสีที่ดรอปลงก็ต้องทำใจกับระบบการพิมอ๊อฟเซ๊ตที่ยังใช้คนควบคุม ถ้าใช้ระบบดิจิตอลสีคงไม่เพี้ยน แต่นั่นคือการลงทุนที่สูงมาก

สำหรับเพลงวันนี้ ชื่อเพลง แค่กอด ขับร้องโดย เสาวรส ในอัลบัม JAZZ After Hours

เนื่องจากผมชอบเพลงสไตล์นี้มาก แต่ผมไม่รู้ว่าเขาเรียกชื่อกลุ่มย้อยของเพลงแบบนี้ว่าอะไร(ที่ผมรู้คือมันเป็นแจ๊ส ไม่แน่ใจว่าเป็นแบบ บอสสิโนว่า หรือเปล่า และภาษาอังกฤษผมก็สะกดไม่ถูก T_T ) ใครรู้วานบอกที เป็นภาษาอังกฤษจะดีมาก เพราะผมจะได้เอาไปเซริชหามาฟัง  

ท้ายนี้ ต้องขออภัยที่มาอัพเลท (ไม่ใช่อัพเดท)

และขอขอบคุณที่อุดหนุนผลงานของผม (แม้จะโดนปกหลอกให้ซื้อ)

ขอบคุณทุกท่านที่มาอ่านบล๊อคนี้ (แม้จะหลงเข้ามาก็ตาม)

ขอบคุณครับ

ปล.ท่านใดมีข้อสงสัย เช่นมุขอะไรไม่เข้าใจ หรือเสนอแนะอะไรก็โดนไว้ได้ครับ  

 

 

2008/Apr/28

โย โย โย่ว

มาแว้ว มาแว้ว

ก่อนเข้าเรื่องก็ขอเล่าถึงงานโดเมื่อวานที่โรงแรงเอเชีย

คนเยอะมาก ผมไปตั้งแต่สิบโมงครึ่ง คนเข้าแถวรอซื้อบัตรกันยาวเหยียด

ผมขี้เกียจต่อแถวเลยไปนั่งรอให้แถวมันหดๆ กว่าจะได้เข้างานก็สิบเอ็ดโมงกว่า

แบบว่าแทบเดินไม่ได้ คนเบียดกันแน่น แต่น่าแปลกใจที่ร้านค้าไม่มากันเยอะมาก ส่วนใหญ่เป็ยบูทคู่

ผมเลยไปนั่งเล่นข้างๆร้านคุณโยจินโบ เพราะเจ้าของยังไม่มา

ปรากฏว่า บ่ายสองกว่าๆ ก็มีพวกโกลด์เซนต์มาทำท่าฮึดฮัด (คาดว่าเป็นสมาชิกกลุ่มที่ผมไปนั่งเล่นบูทเขา)

พอหัวหน้ากลุ่มมา ก็ดูหน้ามีน้ำโห แต่ผมรู้จัก เลยถามไปว่าทำไมมาสายจัง

ได้รับคำตอบว่า เขาจองบูทแล้วไม่ได้เมล์คอนเฟริม โทรไปที่เนกิบอสก็บอกว่าพวกเขาไม่ได้บูท

ตอนแรกก้กะจะไม่มาแล้ว แต่พอมาเห็นบูทโล่งๆ มีป้ายติดว่าเป็นกลุ่มของเขา ก็เลยโมโห (ที่จริงแล้วไม่ได้โล่ง เพราะผมเอาขวดโค๊กซีโร่และเป๊ปซี่แม๊กที่หมดแล้ว ไปจัดเป็นอาร์ตคอนเซปต์อยู่)

เพราะอุตส่าห์ทำของไว้ขายเยอะแยะไม่ได้ขายเลย

ผมเลยถึงบางอ้อ ว่าทำไมบูทถึงว่างมาก และส่วนใหญ่เป็นบูทคู่ บูทคุณโยจินโบเป็นบูมเดี่ยวเลยไม่โดน

สุดท้ายท่านหัวหน้ากลุ่ม ก็เขียนคำต่อว่าที่ป้าย แต่แบบสุภาพแซมน่ารัก แล้วก็ถ่ายรูปผมเป็นพยาน -_-"

ตัวผมเองก็เคยเจอปัญหาในการเช่าสถานที่จากเนกิบอสบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นตอนเปิดเมจคาเฟ่หน้างานโดที่เดอะมอล์บางกะปิ หรือว่าขายโดกลางแจ้งหน้ามาบุญครอง ก็ไม่ทราบว่าบริษัทนี้ทำมาหลายงานแล้ว แต่ทำไมยิ่งทำยิ่งชุ่ย -_-*

 

มาเข้าเรื่องกันดีกว่า

หนังสือ ทำเนียบเทพเจ้าของจีน เขียนโดย คุณ จิตรา ก่อนันทเกียรติ

ซื้อมาจากสัปดาห์หนังสือที่ผ่านมา ตอนแรกที่หยิบก็กะว่า จะนำไปเป็นข้อมูลเขียนงาน แต่อ่านๆไปก็เพลินๆดี เพราะผู้เขียนใช้ภาษาสมัยใหม่ ประกอบกับการเล่าเรื่องที่กระชับได้ใจความ และชอบบอกว่าเรื่องนี้น่ารัก เรื่องนี้ก็น่ารัก และชอบกล่าวถึงแม่หรือญาติผู้ใหญ่ของตนที่ทำประเพณีแบบจีนในไทย หรือเล่าเรื่องที่ต่างกันออกไปให้ผู้เขียนฟัง เลยทำให้เหมือนกับกำลังฟังผู้หญิงนิสัยแอบกุ๊กกิ๊กเล่าเรื่องมากกว่า ต่างจากหนังสือตำนานเทพที่อ่านมาหลายๆเล่มที่มีแต่ข้อมูลและภาพ โดยเราจะไม่เห็นความเห็นของผู้เขียนในงานเลย ซึ่งผมมารู้ทีหลังว่าผู้เขียนจัดรายการวิทยุด้วย จึงเข้าใจว่าทำไมถึงเขียนหนังสือเหมือนกำลังคุยกับผู้ฟังอยู่ ถ้าใครชอบหนังสือที่อ่านสบายๆเหมือนมีอาเจ๊หัวสมัยใหม่มาเล่าเรื่องโบราญของจีนให้ฟังก็ เล่มนี้เลยครับ

ในชุดมี4เล่ม ผมลองซื้อมาก่อน2เล่ม ไว้งานหนังสือหน้าจะไปโดนมาให้ครบเซ๊ตครับ

แต่ที่ผมงงก็คือ ภาพในเล่มมีภาพสวยหลายภาพ แต่ทำไมปกไม่เวริคเลย ทั้งการเลือกภาพมาใช้และการจัดวาง ดูแล้วเหมือนหนังสือเชิงวิชาการเฉิ่มๆ ซึ่งขัดกับเนื้อหาภายในอย่างมาก ถ้าผมไม่ใช่พวกบ้าข้อมูลตำนานเทพก็คงไม่หยิบขึ้มาอ่าน

นี่คือตัวอย่างภาพประกอบภายในเล่มที่มีทั้งแปลก และสวยงาม

ภาพนี้ผมมีหนังสือต้นฉบับเป็นหนังสือภาพเขียนจีน ราคา2000บาท

ภาพนี้ยังผมยังไม่มีเป็นหนังสือภาพ แต่ก็อยากได้ สวยมาก

ภาพนี้คาดว่าเป็นภาพถ่ายจากผนัง

ใครเคยดูช่องการ์ตูนเนตเวริคก็คงรู้จัก ซามูไรแจ๊ค (คาดว่าคนเขียนซามูไรแจ๊คคงได้รับอิทธิพลภาพจีนไปเยอะ แต่ฝรั่งมักจะมั่วศิลปะโซนเอเซีย ขนานเพลง The siamese cat song ยังเป็นทำนองจีนเฉยเลย)

อันนี้นึงถึงงานเดะแนว แน๊วแนว

 

ผมอ่านไปเรื่อยๆจนเจอเทพองค์หนึ่ง ทำให้ผมอึ้งมาก

ขออนุญาติในมาลงเพื่อยืนยันว่าผมไม่ได้แต่งขึ้นมาเองนะครับ

เมื่อได้อ่านแล้วผมรู้สึกคุ้นมากเลย ไม่ว่าจะเป็นการตายแล้วฟื้น คำว่า"เรามีภาระกิจจะสร้างเต๋าให้ยิ่งใหญ่" และหน้าที่พิพากษาคนที่ตายไปแล้ว

ต่างจากเรื่องที่ผมเคยรู้มาตรงที่เรื่องนั้นฟื้นเองโดยไม่ต้องใช้ยา และสร้างอาณาจักรสวรรค์ไม่ใช่เต๋า ทำหน้าที่พิพากษาคนตายในอาณาจักรแห่งสวรรค์ไม่ใช่ขั้วโลกเหนือ และเรื่องนั้นเกิดที่เยรูซาเลม ไม่ใช่จีน -_-"

เรื่องนี้มันบังเอิญซ้ำหรือได้รับอิทธิพลแล้วก็มาแต่งกันเองผมไม่อาจทราบได้ แต่ที่แน่ๆก็คือ เรื่องของเทพจีนองค์นี้เกิดใน คศ. 709  อื่มๆๆ

  

สำหรับเพลงวันนี้ เป็นเพลง มัค อะ โก โก  แบบแด๊นมิก เนื่องจากผมไปเจอตัวอย่างหนัง มัค อะ โก โก ชื่อฝรั่งว่า SPEED RACER ที่ผู้สร้าง แมททริกเป็นคนทำ เหวอมาก ไม่คิดว่าจะทำ (อย่างนี้โอสปีริตส์ก็ล้อหนังล่วงหน้ามา2ปีแล้วสินะ เหอๆๆ) เลยเอาเพลงมาให้ฟังกันครับ(ไม่ใช่เพลงจากหนังนะ)

เกือบลืม ทำมาหากิน โอสปีริตส์เล่ม8 จำหน่ายวันที่ 3 เดือนหน้านะครับ

ถ้าผมหาซื้อได้แล้วจะมาเปิดกระทู้ โอสปีริตส์8

สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ



one devil
View full profile